เช็ควาล์ว (Check Valve) คืออะไร ? ประเภทและการทำงานของวาล์วกันกลับ
เช็ควาล์ว วาล์วกันกลับ หนึ่งในประเภทวาล์วที่หลายคนต่างรู้จักดี ถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรมด้วยการทำงานที่ไม่ซับซ้อน ราคาไม่สูง ทั้ง Check valve ยังเป็นวาล์วที่สำคัญอันดับต้น ๆ ในกระบวนการผลิต ในบทความนี้ ปาโก้ เอ็นจิเนียริ่ง จะอธิบายว่าเช็ควาล์วคืออะไร มีกี่ประเภท หลักการทำงาน การเลือกใช้ รวมทั้งการติดตั้งวาล์วประเภทนี้ หากพร้อมแล้วเรามาเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยครับ
ขอใบเสนอราคาทาง LINE
เช็ควาล์ว คืออะไร ?
เช็ควาล์ว (Check valve) หรือวาล์วกันกลับ คืออุปกรณ์ปิดผนึกจุดต่อท่อ ทำหน้าที่ควบคุมให้ของเหลวไหลไปในทิศทางเดียว ป้องกันไม่ให้ของเหลวไหลย้อนกลับไปในทิศทางเดิม โดยอาศัยแรงดันของของเหลวในการเปิด-ปิดวาล์ว
เช็ควาล์วนิยมใช้ในระบบงานปั๊มน้ำเพื่อป้องกันแรงดันน้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่ตัวปั๊ม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปั๊มน้ำชำรุดหรือเสียหายได้นั่นเองครับ
ชื่อภาษาอังกฤษ : Check Valve
ชื่อภาษาไทย : วาล์วกันไหลย้อนกลับ / วาล์วกันกลับ / เช็ควาล์ว
เจาะลึกกลไกการทำงานของเช็ควาล์ว
หลักการทำงานของ check valve มีความเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง
- เมื่อของไหลเดินหน้า: แรงดันของน้ำหรือลมจะดันลิ้นวาล์ว แผ่นบานพับ ลูกสูบ หรือสปริงภายในให้เปิดออก ส่งผลให้ของไหลผ่านวาล์วไปยังปลายทางได้อย่างสะดวก
- เมื่อเกิดการไหลย้อน (Backflow): ทันทีที่ของไหลหยุดเคลื่อนที่หรือมีแรงดันไหลย้อนกลับ กลไกภายใน (ไม่ว่าจะเป็นบานพับหรือสปริง) จะปิดล็อกสนิททันทีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหรือของเหลวไหลย้อนกลับไปยังปั๊มหรือระบบต้นทาง
จุดติดตั้งและการประยุกต์ใช้งานเช็ควาล์วในภาคอุตสาหกรรม
เพราะหน้าที่หลักคือการสกัดกั้นไม่ให้น้ำหรือของเหลวไหลย้อนกลับไปทำลายระบบต้นทาง ทำให้วาล์วกันกลับกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ต้องมีติดไว้ในแทบทุกระบบท่อโรงงาน โดยจุดติดตั้งหลัก ๆ ที่เราพบได้บ่อย
- ระบบปั๊มน้ำโรงงาน (Pump Systems): ช่างมักจะเอาไปติดไว้ที่ท่อด้านจ่าย (Discharge) ของปั๊มน้ำ เพื่อกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับมาดันใบพัดให้หมุนตีกลับตอนที่ปั๊มหยุดทำงาน ซึ่งช่วยป้องกันมอเตอร์และซีลปั๊มพังได้ชะงัด
- ระบบปรับอากาศและทำความเย็น (HVAC & Chilled Water): ใช้ติดตั้งในระบบน้ำเย็นของเครื่องทำความเย็น (Chiller) หรือระบบน้ำหล่อเย็น (Cooling Tower) เพื่อคุมทิศทางน้ำไม่ให้ไหลวนกลับผิดทิศทางตอนระบบตัดรอบ ช่วยรักษาแรงดันในระบบแอร์ขนาดใหญ่ให้เสถียร
- ระบบน้ำประปาและน้ำเสีย (Water & Wastewater): ควบคุมทิศทางการไหลในโรงงาน อาคารสูง หรือบ่อบำบัดน้ำเสีย ป้องกันไม่ให้น้ำทิ้งหรือน้ำดิบไหลย้อนกลับมาปนเปื้อนในระบบน้ำสะอาด
- ระบบลมอัดและแก๊ส (Compressed Air & Gas): ติดตั้งเพื่อบล็อกไม่ให้แรงดันลมอัดย้อนกลับเข้าไปทำลายชุดคอมเพรสเซอร์เวลาปิดระบบ
- อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และยา (Food, Beverage & Pharma): ใช้คุมทิศทางท่อส่งของเหลว เช่น นม น้ำเชื่อม หรือน้ำยาทำความสะอาดระบบท่ออัตโนมัติ (CIP - Clean-in-Place) เพื่อไม่ให้สารเคมีล้างท่อไหลย้อนกลับมาปนเปื้อนไลน์ผลิต
- โรงไฟฟ้าและระบบพลังงาน (Power Plants): งานนี้ต้องใช้เช็ควาล์วสเปกสูงสำหรับติดในระบบน้ำป้อนหม้อไอน้ำ (Boiler Feed Water) หรือท่อส่งน้ำหล่อเย็นแรงดันสูงที่ต้องทนความร้อนและแรงดันระดับวิกฤต
- ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection): ติดคู่กับปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump) และท่อสปริงเกอร์ เพื่อกันไม่ให้แรงดันจากระบบสำรองไหลย้อนกลับเข้าท่อเมนหลักของอาคาร
ประเภทของเช็ควาล์ว
เช็ควาล์วสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามลักษณะการปิด-เปิดวาล์วรวมทั้งโครงสร้างของวาล์ว ได้ดังนี้
สวิงเช็ควาล์ว (Swing check valve)
เป็นเช็ควาล์วที่มีลักษณะการทำงานแบบสวิงหรือการแกว่ง โดยลิ้นวาล์วจะหมุนไปมาเพื่อปิด-เปิดวาล์ว นิยมใช้กับระบบที่มีแรงดันสูง นิยมติดตั้งในแนวนอนและไม่สามารถติดตั้งในแนวตั้งที่ของไหลไหลจากบนลงล่างได้ เนื่องจากแรงโน้มถ่วงจะทำให้บานพับเปิดตลอดเวลา

หลักการทำงาน
เช็ควาล์วสวิงทำงานบนหลักการที่คล้ายกับบานประตู โดยมีแผ่นบานพับ (Flapper) ที่หมุนอยู่บนหมุดภายในตัววาล์ว เมื่อของไหลไหลไปในทิศทางที่ต้องการ บานพับจะแกว่งออกเพื่อให้ผ่านไปได้ แต่เมื่อการไหลพยายามย้อนกลับ ลูกนกแกว่งจะปิดเนื่องจากแรงโน้มถ่วงหรือสปริง ซึ่งปิดกั้นท่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดี
- แข็งแกร่งและเชื่อถือได้สำหรับสภาวะที่เรียกร้อง
- การออกแบบที่เรียบง่ายช่วยให้ติดตั้งและบำรุงรักษาได้ง่าย
- ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพในการป้องกันการไหลย้อนกลับ
ข้อเสีย
- เทอะทะและใช้พื้นที่มากกว่าเมื่อเทียบกับประเภทอื่น
- สร้างแรงดันตกคร่อมที่สูงขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ
- ทิศทางการไหลที่จำกัด โดยทั่วไปจะทำงานได้ดีที่สุดในแนวตั้งหรือแนวนอนโดยมีการไหลขึ้น
สปริงเช็ควาล์ว (Spring check valve)
เป็นเช็ควาล์วที่มีลักษณะการทำงานแบบสปริง โดยสปริงจะคอยดันลิ้นวาล์วให้ปิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อของเหลวไหลผ่านวาล์ว ลิ้นวาล์วจะเปิดขึ้นตามแรงดันของเหลว และปิดกลับเมื่อแรงดันของเหลวลดลง นิยมใช้กับระบบที่มีแรงดันต่ำ สามารถติดตั้งทั้งในแนวนอนและแนวตั้งทุกทิศทาง เพราะมีแรงจากสปริงคอยดันลิ้นวาล์วให้ปิดอยู่เสมอ

หลักการทำงาน
เช็ควาล์วแบบสปริง จะมีแผ่นดิสก์วางอยู่ภายในวาล์ว โดยยึดไว้อย่างแน่นหนาด้วยสปริง เมื่อของไหลไหลไปในทิศทางที่ต้องการ มันจะดันเข้ากับจานเบรก เอาชนะแรงสปริงและปล่อยให้ผ่านไปได้ แต่ในขณะที่การไหลพยายามย้อนกลับ สปริงจะดันจานกลับเข้าที่เพื่อปิดผนึกวาล์ว

ข้อดี
- ขนาดเล็กและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับพื้นที่แคบ
- แรงดันตกน้อยที่สุดส่งเสริมประสิทธิภาพของระบบ
- ทิศทางการไหลที่หลากหลาย สามารถทำงานในการกำหนดค่าต่างๆ
ข้อเสีย
- ความทนทานต่อแรงดันต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเช็ควาล์วแบบสวิง
- สปริงอาจเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษา
- ขนาดที่เล็กกว่าอาจทำให้จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้น
ฟุตเช็ควาล์ว (Foot check valve)
ฟุตเช็ควาล์วหรือวาล์วหัวกะโหลก เป็นเช็ควาล์วที่มีลักษณะการทำงานแบบสปริงเช่นกัน แต่จะมีส่วนของตะแกรงถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาเพื่อกรองตะกอนหรือสิ่งสกปรก นิยมพบในเครื่องสูบน้ำ สามารถติดตั้งได้ทั้งแนวตั้งและแนะแนว

หลักการทำงาน
ทำงานเหมือนสปริงเช็ควาล์วทุกประการ

ข้อดี
- ติดตั้งง่ายในท่อแนวตั้ง
- ป้องกันการไหลย้อนกลับระหว่างการปิดปั๊ม
- การออกแบบที่เรียบง่ายต้องการการบำรุงรักษาน้อยที่สุด
ข้อเสีย
- อาจเกิดการอุดตันด้วยเศษผงหากไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ
- ไม่เหมาะกับการใช้งานที่มีแรงดันสูง
ลิฟท์เช็ควาล์ว (Lift check valve)
Lift check valve ในบางครั้งถูกจัดเป็นสวิงเช็ควาล์วเพราะมีหลักการทำงานที่ใช้การแกว่งและน้ำหนักของบานพับเป็นกลไกในการปิดเปิด โดยจุดสังเกตุของลิฟท์เช็ควาล์วคือจะมีลักษณะการเปิด-ปิดของบานพับแบบยกขึ้นลง แทนที่จะเปิด-ปิดด้านข้างนั่นเองครับ

หลักการทำงาน
การทำงานของลิฟท์เช็ควาล์วเหมือนกับสวิงเช็ควาล์วทุกประการ

ข้อดี
- รองรับแรงดันและอุณหภูมิได้สูง
- การออกแบบที่เรียบง่ายทำให้ง่ายต่อการติดตั้งและบำรุงรักษา
ข้อเสีย
- ขนาดที่ใหญ่กว่าเช็ควาล์วประเภทอื่น
- แรงดันตกคร่อมสูงกว่าประเภทอื่น
- ทิศทางการไหลที่จำกัด
เวเฟอร์เช็ควาล์ว (Wafer check valve)
เป็นทางเลือกของผู้ใช้ที่ต้องการเช็ควาล์วที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา โดยตัวบานพับจะถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่งโดยมีสปริงยึดบานพับอยู่กับแกนที่คาดผ่านเส้นผ่านศูนย์กลางวาล์ว ลักษณะเด่นของเวเฟอร์เช็ควาล์วคือสามารถติดตั้งโดยให้ท่อประกบทั้ง 2 ฝั่งของวาล์วได้

หลักการทำงาน
เมื่อมีของไหลไหลมายังตัวเช็ควาล์ว จะเกิดแรงดันจากของไหลจนสามารถเอาชนะแรงดันของสปริง จากนั้นบานพับทั้ง 2 จะเปิดออกเพื่อให้ของไหลไหลผ่านได้

ข้อดี
- กะทัดรัดและน้ำหนักเบาประหยัดพื้นที่และลดความยุ่งยากในการติดตั้ง
- สูญเสียแรงดันน้อย
- ติดตั้งได้ทั้งท่อแนวนอนและแนวตั้ง
ข้อเสีย
- รองรับแรงดันและอุณหภูมิไม่สูงมาก
- เมื่อเจอกับอัตราการไหลที่สูง การสั่นสะเทือนของบานพับอาจไม่สามารถกันของไหลย้อนกลับได้ 100%
- การบำรุงรักษาที่สูงขึ้นเนื่องจากมีชิ้นส่วนที่มากขึ้น
ทินเวเฟอร์เช็ควาล์ว (Thin wafer check valve)
เป็นเช็ควาล์วที่มีความบางและน้ำหนักน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเช็ควาล์วทุกประเภท จึงโดดเด่นในด้านของการประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง โดย Thin wafer check valve นั้นสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานแบบสวิงเช็คหรือสปริงเช็ค หากใช้งานแบบสวิงจะมีอายุการใช้งานยาวแต่ติดตั้งได้แค่แนวนอนหรือแนวตั้งที่ไหลจากล่างขึ้นบน หากเลือกใช้แบบสปริงจะสามารถติดตั้งได้กับท่อได้ทุกแนว แต่ก็แลกมากับต้นทุนที่สูงกว่าและจำเป็นต้องดูแลเป็นประจำ

หลักการทำงาน
ทินเวเฟอร์ใช้หลักการทำงานเหมือนสวิงเช็ควาล์วทุกประการ

ข้อดี
- น้ำหนักน้อยที่สุดและบางที่สุด
- เลือกติดตั้งได้หลากหลายทั้งแนวนอนแนวตั้ง
ข้อเสีย
- ขีดจำกัดการรองรับแรงดันและอุณหภูมิต่ำมาก
- เมื่อเจอกับอัตราการไหลปานกลางอาจทำให้บานพับสั่นและไม่สามารถกันการไหลกลับได้อย่างเต็มที่
ตารางเปรียบเทียบเช็ควาล์ว VS วาล์วประเภทอื่น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เช็ควาล์ว (Check Valve) | บอลวาล์ว (Ball Valve) | โกลบวาล์ว (Globe Valve) | เกทวาล์ว (Gate Valve) |
|---|---|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | สกัดกั้นน้ำไหลย้อนกลับ (Backflow Prevention) | เปิด-ปิดตัดแยกส่วนท่อ (Isolation / Shut-off) | หรี่หรือปรับอัตราการไหล (Flow Throttling) | เปิด-ปิดเส้นท่อหลัก (Full Open / Full Close) |
| ระบบการทำงาน | อัตโนมัติ 100% (ใช้แรงดันของของไหลทำงานเอง) | ใช้มือโยกคันโยก (หรือติดหัวขับลม/ไฟฟ้า) | ใช้มือหมุนพวงมาลัย (ยกเกลียวลิ้นขึ้น-ลง) | ใช้มือหมุนพวงมาลัย (ยกแผ่นประตูขึ้น-ลง) |
| การตอบสนอง | ปิดฉับพลันทันที (Real-Time) ตามแรงดันน้ำ | มีดีเลย์ตามการโยกคันโยกหรือการหมุนของหัวขับ | ต้องหมุนเกลียวหลายรอบ ใช้เวลาปิด-เปิดพอสมควร | ใช้เวลาหมุนพวงมาลัยนานที่สุดกว่าจะปิดสุด |
| ทิศทางการไหล | ยอมให้ไหลผ่านได้ทางเดียวเท่านั้น | ไหลผ่านได้ทั้งสองทิศทางเมื่อเปิดวาล์ว | บังคับของไหลหักเลี้ยว (แรงดันตกคร่อมสูง) | เมื่อเปิดสุด ของไหลผ่านได้สะดวกโดยไม่ตกคร่อม |
| ข้อจำกัดสำคัญ | ต้องติดตั้งให้ตรงตามลูกศรทิศทางการไหล | ไม่เหมาะกับการนำมาเปิดหรี่น้ำค้างไว้ | ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการเปิด-ปิดอย่างรวดเร็ว | ห้ามนำมาใช้หรี่น้ำเด็ดขาด (ลิ้นวาล์วจะสั่นพัง) |
| สรุปภาพจำหน้างาน | "กันน้ำตีกลับตอนปั๊มหยุด" | "เปิด-ปิดทางน้ำเร็วทันใจ" | "ปรับความแรงและปริมาณน้ำ" | "ประตูน้ำตัวหลักของระบบ" |
วิธีการเลือกเช็ควาล์ว
การเลือกเช็ควาล์วควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
- ชนิดของของเหลว : เป็นน้ำทั่วไป มีการกัดกร่อนหรือมีตะกอน หากมีตะกอนควรเลือกใช้ฟุตเช็ควาล์วเพราะมีตะแกรงกรองสิ่งสกปรกออก รวมทั้งวัสดุของวาล์ว เช่น เช็ควาล์วทองเหลือง เช็ควาล์วสแตนเลส ที่รองรับการกัดกร่อนได้ไม่เท่ากัน
- แรงดันของของเหลว : เช็ควาล์วแต่ละประเภทรองรับแรงดันได้ไม่เท่ากัน จึงควรทราบแรงดันในระบบก่อนเลือกใช้
- อุณหภูมิของของเหลว : อุณหภูมิที่สูงเกินอาจทำให้วาล์วเสียหาย ควรเทียบสเปคของเช็ควาล์วกับอุณหภูมิที่ใช้งานจริงว่ารองรับหรือไม่
- ขนาดของท่อ : เช็ควาล์วบางประเภทอาจรองรับท่อขนาดใหญ่ได้แต่ในขณะที่บางประเภทอาจรองรับแค่ท่อขนาดเล็ก
- ทิศทางการไหลของของเหลว : ทิศทางการไหลสำคัญกับการเลือกเช็ควาล์วมาก เพราะเช็ควาล์วจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อติดตั้งอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง
การติดตั้งและการบำรุงรักษา
การติดตั้งเช็ควาล์วควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยควรติดตั้งในแนวที่ถูกต้องและแน่นหนา การบำรุงรักษาเช็ควาล์วควรหมั่นตรวจสอบสภาพของวาล์วเป็นประจำ หากพบว่ามีสิ่งสกปรกหรือคราบตะกรันอุดตัน ควรทำการทำความสะอาดหรือเปลี่ยนวาล์วใหม่
ทิศทางการติดตั้งเช็ควาล์ว
ทิศทางการติดตั้งเช็ควาล์วมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของวาล์ว เนื่องจากเช็ควาล์วจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อติดตั้งในทิศทางที่ถูกต้องเท่านั้น
โดยทั่วไป ทิศทางการติดตั้งเช็ควาล์วจะเป็นไปตามทิศทางการไหลของของเหลว โดยลิ้นวาล์วจะต้องหันไปในทิศทางที่ของเหลวไหลเข้าเท่านั้น เมื่อของเหลวไหลเข้า ลิ้นวาล์วจะเปิดขึ้นเพื่อให้ของเหลวไหลผ่านได้ และเมื่อของเหลวไหลย้อนกลับ ลิ้นวาล์วจะปิดลงเพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวไหลย้อนกลับ
- สำหรับเช็ควาล์วแบบสวิง ทิศทางการติดตั้งจะเป็นไปตามทิศทางการไหลของของเหลว โดยลิ้นวาล์วจะต้องหันไปในทิศทางที่ของเหลวไหลเข้าเท่านั้น เมื่อของเหลวไหลเข้า ลิ้นวาล์วจะเปิดขึ้นเพื่อให้ของเหลวไหลผ่านได้ และเมื่อของเหลวไหลย้อนกลับ ลิ้นวาล์วจะปิดลงเพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวไหลย้อนกลับ
- สำหรับเช็ควาล์วแบบสปริง ทิศทางการติดตั้งจะเป็นไปตามทิศทางการไหลของของเหลว โดยลิ้นวาล์วจะต้องหันไปในทิศทางที่ของเหลวไหลเข้าเท่านั้น เมื่อของเหลวไหลเข้า ลิ้นวาล์วจะเปิดขึ้นตามแรงดันของเหลว และปิดกลับเมื่อแรงดันของเหลวลดลง
- สำหรับฟุตเช็ควาล์ว ทิศทางการติดตั้งจะเป็นไปตามทิศทางการไหลของของเหลว โดยลิ้นวาล์วจะต้องหันไปในทิศทางที่ของเหลวไหลเข้าเท่านั้น เมื่อของเหลวไหลเข้า ลิ้นวาล์วจะเปิดขึ้นตามแรงดันของเหลว และปิดกลับเมื่อแรงดันของเหลวลดลง
หากติดตั้งเช็ควาล์วผิดทิศทาง จะทำให้วาล์วไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบได้ ดังนั้น ก่อนที่จะติดตั้งเช็ควาล์ว ควรตรวจสอบทิศทางการติดตั้งให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิตเสมอ
สรุป
เช็ควาล์วเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบต่าง ๆ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ของเหลวไหลย้อนกลับ โดยการเลือกประเภทเช็ควาล์วให้เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกเช็ควาล์วแบบไหนดี หากคุณอ่านบทความนี้จนถึงตรงนี้แล้วผมเชื่อว่าคุณตัดสินใจได้อย่างแน่นอนครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเช็ควาล์ว
เช็ควาล์วแบบสวิง (Swing Check Valve) กับแบบสปริง (Spring Check Valve) เลือกใช้ต่างกันอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับแนวการติดตั้งและแรงกระแทกของน้ำ
- Swing Check Valve: เหมาะกับการติดตั้งในแนวระนาบขนานกับพื้นในระบบท่อขนาดใหญ่ เน้นให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก
- Spring Check Valve: มีสปริงช่วยดึงลิ้นปิด เหมาะสำหรับการติดตั้งในแนวตั้ง (น้ำไหลขึ้น) และช่วยลดปัญหาแรงกระแทกจากน้ำย้อนกลับ (Water Hammer) ได้ดีกว่า
เวเฟอร์เช็ควาล์ว (Wafer Check Valve) ดีกว่าเช็ควาล์วแบบหน้าแปลนทั่วไปอย่างไร?
จุดเด่นของ wafer check valve คือความบางและน้ำหนักเบา ตัวเรือนถูกออกแบบมาให้ไขน็อตยึดประกบระหว่างหน้าแปลนสองฝั่งได้ทันที ช่วยประหยัดพื้นที่หน้างาน ติดตั้งง่าย และมีต้นทุนถูกกว่าเช็ควาล์วแบบหน้าแปลนทรงยาวทั่วไป
เช็ควาล์วภาษาอังกฤษมีชื่อเรียกอื่นอีกไหมเวลาดูแคตตาล็อกต่างประเทศ?
นอกจากคำว่า Check Valve แล้ว ในเอกสารสเปกสากลหรือแคตตาล็อกของแบรนด์ชั้นนำอย่าง check valve kitz หรือ check valve arita มักจะใช้คำว่า Non-Return Valve (NRV) หรือ Backflow Preventer ซึ่งสื่อถึงอุปกรณ์ป้องกันการไหลย้อนกลับเช่นเดียวกัน
เราสามารถติดตั้งสวิงเช็ควาล์ว (Swing Check Valve) ในแนวตั้งได้หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่แนะนำ และห้ามติดตั้งในท่อแนวตั้งที่น้ำไหลจากบนลงล่างเด็ดขาด เพราะแรงโน้มถ่วงจะดึงแผ่นลิ้นบานพับให้เปิดค้าง ปิดไม่ได้ ส่วนท่อแนวตั้งที่น้ำไหลจากล่างขึ้นบน ลิ้นยังปิดได้ด้วยน้ำหนักตัวเองแต่ปิดช้ากว่าแนวนอน เสี่ยงน้ำย้อนกระแทก (Water Hammer) หากหน้างานบังคับต้องติดตั้งในแนวตั้ง ควรสลับไปใช้ Spring Check Valve หรือ Lift Check Valve ที่มีสปริงช่วยดันลิ้นวาล์วให้ปิดเร็วจะเหมาะสมและปลอดภัยกว่า
เช็ควาล์วทองเหลืองกับสแตนเลส ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับหน้างานอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับประเภทของเหลวและสภาพแวดล้อม
- ทองเหลือง (Brass): เหมาะกับงานระบบน้ำประปา อาคารบ้านเรือน งานน้ำทั่วไป หรือลมอัดในโรงงานทั่วไป จุดเด่นคือราคาประหยัดและติดตั้งง่าย
- สแตนเลส (SS304 / SS316): เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมที่เข้มข้นขึ้น เช่น ระบบน้ำร้อน น้ำ RO, สารเคมี, อุตสาหกรรมอาหารและยา หรือพื้นที่ใกล้ทะเลที่มีไอเกลือสูง เพื่อป้องกันปัญหาการกัดกร่อนและสนิม
เช็ควาล์วที่จำหน่ายโดย ปาโก้ เอ็นจิเนียริ่ง
13 จาก 13 รุ่น
KITZ | 125R | SWING CHECK VALVE
- ประเภท
- Swing (สวิง)
- วัสดุ
- Bronze
- ขนาด
- DN10–DN100 (3/8"–4")
ARITA | BSW-S200 | Swing Check Valve
- ประเภท
- Swing (สวิง)
- วัสดุ
- Brass
- การต่อ
- เกลียว BSPT
- ขนาด
- DN15–DN100 (1/2"–4")
WELL | SCV | Swing Check Valve
- ประเภท
- Swing (สวิง)
- วัสดุ
- Stainless 316
- การต่อ
- เกลียว BSPT / เกลียว NPT
- ขนาด
- DN10–DN100 (3/8"–4")
KITZ | 10FCO | Swing check valve
- ประเภท
- Swing (สวิง)
- วัสดุ
- Cast Iron
- การต่อ
- หน้าแปลน JIS 10K
- ขนาด
- DN40–DN350 (1.5"–14")
ARITA | ISW-F1
- ประเภท
- Swing (สวิง)
- วัสดุ
- Cast Iron
- การต่อ
- หน้าแปลน JIS 10K
- ขนาด
- DN40–DN300 (1.5"–12")
ARITA | BSP200
- ประเภท
- Spring (สปริง)
- วัสดุ
- Brass
- การต่อ
- เกลียว BSPT
- ขนาด
- DN15–DN100 (1/2"–4")
ARITA | SDI1-FU16 | DISCO SPRING CHECK VALVE
- ประเภท
- Spring (สปริง)
- วัสดุ
- Stainless 316
- ขนาด
- DN50–DN300 (2"–12")
MUELLER | 91AP-92AP | Silent Check
- ประเภท
- Spring (สปริง)
- วัสดุ
- Cast Iron
- การต่อ
- Wafer Class 125
- ขนาด
- DN50–DN300 (2"–12")
ARITA | ILC-F3 | LIFT CHECK VALVE
- ประเภท
- Lift (ลิฟท์)
- วัสดุ
- Cast Iron
- การต่อ
- หน้าแปลน PN 16
- ขนาด
- DN15–DN300 (1/2"–12")
ARITA | IDD | SPRING CHECK VALVE
- ประเภท
- Wafer (เวเฟอร์)
- วัสดุ
- Cast Iron
- การต่อ
- Wafer
- ขนาด
- DN50–DN300 (2"–12")
ARITA | SDD-FU04, SDD-FU16
- ประเภท
- Wafer (เวเฟอร์)
- วัสดุ
- Stainless 304 / Stainless 316
- การต่อ
- Wafer
- ขนาด
- DN50–DN600 (2"–24")
WELL | SERIES TWS
- ประเภท
- Thin Wafer (ทินเวเฟอร์)
- วัสดุ
- Stainless 316
- การต่อ
- Wafer
- ขนาด
- DN50–DN300 (2"–12")
ARITA | BFT-S200 | Foot Valve
- ประเภท
- Foot Valve (หัวกะโหลก)
- วัสดุ
- Brass
- การต่อ
- เกลียว BSPP / เกลียว BSPT
- ขนาด
- DN15–DN100 (1/2"–4")
ไม่มีรุ่นที่ตรงทุกเงื่อนไข บางรุ่นไม่ได้ระบุสเปกครบในเว็บถามทีมขายทาง LINE ได้เลย
ส่งสเปกหน้างานมา ทีมวิศวกรช่วยเลือกรุ่นและเสนอราคาให้













